ในวันที่ 20 มกราคมที่ผ่านมาทาง BIOSTAR ได้มีการจัดงานแถลงข่าวขึ้นในประเทศไทย ซึ่งผมเองก็ได้มีโอกาสรับเชิญให้เข้าร่วมงานในครั้งนี้ด้วยเช่นกัน และในวันนี้ก็จะมีเรื่องราวหรือรายละเอียดต่าง ๆ จากภายในงานมาฝากให้ได้รับชมกัน สำหรับงานแถลงข่าวที่มีขึ้นในครั้งนี้จะเป็นการเปิดตัวหรือแนะนำเมนบอร์ดในตระกูลใหม่ ๆ จากทาง BIOSTAR และจะยังรวมถึงผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่ทาง BIOSTAR ได้มีการทำตลาดด้วยเช่นกัน แต่สำหรับประเด็นหลักจริง ๆ แล้วนั้นก็จะเป็นเรื่องของการเปิดตัวเมนบอร์ดในเจเนเรชันที่สองของตระกูล Racing หรือ 2nd Gen RACING Motherboards ทั้งในส่วนของเมนบอร์ดในตระกูล 200 Series จากทาง Intel และเมนบอร์ดตระกูล AM4 สำหรับซีพียูตัวใหม่จากทาง AMD ในยุคสมัยของ RYZEN CPU ที่ตามข้อมูลข่าวสารที่เราเฝ้าติดตามกันนั้น คาดกันว่าทาง AMD จะมีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่กำลังจะมาถึง ส่วนตัวเมนบอร์ดตระกูลใหม่จากฝั่ง Intel หรือในยุค 200 Series นั้น แม้ว่าในเวลานี้มันจะมีการวางตลาดไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ทว่าหลาย ๆ ท่านก็อาจจะยังไม่ทราบว่า เมนบอร์ดจากทาง BIOSTAR มีการเปลี่ยนแปลงอะไรเกิดขึ้นบ้าง และมีอะไรใหม่ ๆ ที่น่าสนใจกับความเป็น Racing Series ในยุคที่ 2 ซึ่งก็ลองมาติดตามรับชมกันดูนะครับ และก็คิดว่าน่าจะเป็นที่ถูกอกถูกใจขาซิ่งทั้งหลายอย่างแน่นอน
ภายในงานเราก็ได้รับเกียรติ์จาก Mr. Justin Wang ในฐานะ BIOSTAR Sales and Marketing manager (ผู้จัดการฝ่ายการตลาดและฝ่ายขาย) ได้กล่าวทักทายเปิดงานและให้ข้อมูลต่าง ๆ เกี่ยวกับเทคโนโลยีใหม่และฟีเจอร์ใหม่ ๆ ที่จะพบเห็นได้จากตัวเมนบอร์ดของทาง BIOSTAR ในยุคที่สองของ Racing Series ซึ่งจากข้อมูลต่าง ๆ ที่ได้รับมานั้นก็ถือว่าทาง BIOSTAR มีการปรับเปลี่ยน มีการแก้ไขปรับปรุงเพิ่มเติมในหลาย ๆ จุดเช่นกัน โดยจุดสำคัญใหญ่ ๆ เลยก็เห็นจะยังคงเป็นเรื่องของแสงสีที่จัดเต็มมาให้คนที่รักแสงสีได้ฟรุ๊งฟริ๊งกันเต็มที่มากยิ่งขึ้น โดยคอนเซ็ปหลักในปีนี้จะมีการใช้ชื่อเรียกว่า Super 5 Design ซึ่งในรายละเอียดจะประกอบไปด้วยอะไรบ้างนั้น ไปชมกันครับ

สำหรับคอนเซ็ป Super 5 Design นั้นจะเป็นการให้ความสำคัญไปในเรื่องของการออกแบบของตัวผลิตภัณฑ์ ทั้งในส่วนของรูปลักษณ์ภายนอกและฟีเจอร์ต่าง ๆ ของตัวเมนบอร์ด โดยที่มันประกอบไปด้วย 5 หัวข้อหลักดังต่อไปนี้ Super Face, Super Power, Super Sound, Super Easy และ Super Fun ส่วนในแต่ละจุดจะมีรายละเอียดอย่างไรบ้างนั้น เดี๋ยวผมจะขยายความเป็นข้อ ๆ ไปละกันนะครับ
- Super Face – จะเป็นการให้ความสำคัญในเรื่องของหน้าตา หรือรูปลักษณ์ของตัวเมนบอร์ด โดยจะมีการปรับโฉมให้ดูมีความเป็น Racing มากยิ่งขึ้น ในเรื่องของลวดลายกราฟิกบนตัวเมนบอร์ดโดยจะมีการใช้ลายคาร์บอนเพิ่มมากขึ้น จากเดิมที่จะมีเพียงบนฮีตซิงก์ชิปเซ็ต แต่คราวนี้จะรวมไปถึงฮีตซิงก์ชุดภาคจ่ายไฟและตัวฝาครอบ Back I/O อีกด้วย
- Super Power – เป็นการให้ความสำคัญกับเรื่องประสิทธิภาพของตัวเมนบอร์ด โดยจะมีการเลือกใช้อุปกรณ์ประกอบที่มีคุณภาพสูง โดยเฉพาะกับเรื่องของชุดภาคจ่ายไฟ
- Super Sound – ประเด็นนี้น่าจะเข้าใจได้ไม่ยาก เพราะชื่อก็บ่งบอกแล้วว่าเกี่ยวกับอะไร ซึ่งมันก็เป็นเรื่องของระบบเสียงนั่นเอง ที่มีการปรับเปลี่ยนมาใช้งานชิปเสียงหรือ Sound codec ตัวใหม่ตามยุคสมัยรวมทั้งการเพิ่มขึ้นของเทคโนโลยีใหม่ ๆ ด้วยเช่นกัน
- Super Easy – สำหรับหัวข้อนี้ก็จะเป็นการให้ความสำคัญกับผู้ใช้งาน ที่จะมีการออกแบบให้ตัวผลิตภัณฑ์มีการใช้งานที่ง่ายหรือสะดวกมากยิ่งขึ้น ทั้งจากตัวฮาร์แวร์เอง ที่มีการเพิ่มชุดควบคุมหรือปุ่มสำหรับการปรับเปลี่ยนโหมดการทำงาน และจะยังรวมทั้งเรื่องของซอฟด์แวร์ให้มีหน้าตา มีเมนูที่เข้าใจและใช้งานได้ง่ายขึ้น
- Super Fun – เพื่อให้เป็นไปตามยุคสมัยนิยม ที่เวลานี้กระแสของการปรับแต่งคอมพิวเตอร์เคสหรือการ Modding ที่กำลังมาแรง ซึ่งทาง BIOSTAR ก็จะมีการออกแบบเพื่อให้เอื้อต่อการนำไปใช้งานร่วมกันได้มากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะกับในเรื่องของการควบคุมเกี่ยวกับแสงสีนั่นเอง
ได้ทราบกันไปแล้วว่า Super 5 Concept ของทาง BIOSTAR คืออะไร คราวนี้เราลองมาดูกันต่ออีกสักหน่อย หรือเป็นการขยายความเพิ่มเติมอีกนิดว่า จากแต่ละหัวข้อมันมีรายละเอียดปลีกย่อยอะไรบ้าง โดยเบื้องต้นสำหรับเรื่องของแสงสีซึ่งทาง BIOSTAR จะเรียกเป็นชื่อของตนเองว่า Vivid LED DJ ซึ่งจะมาพร้อมกับตัวซอฟต์แวร์ควบคุมที่มีความยืดหยุ่นในการปรับตั้งมากยิ่งขึ้น และยังรวมถึงตัวฮาร์ดแวร์ที่จะมีการติดตั้ง Header หรือหัวต่อสายแพ LED หรืออุปกรณ์ที่เข้ากันได้สำหรับมาตรฐาน 5050 LED Control ที่จะมีมาให้จำนวนสองชุด และยังจะสามารถทำการควบคุมผ่านซอฟต์แวร์ได้ด้วยเช่นกัน ซึ่งก็คงจะถูกใจคนที่รักแสงสี คนที่ชอบ RGB รวมทั้งนักม๊อดทั้งหลาย
ประเด็นต่อมาก็เป็นในส่วนของ Super Power ซึ่งโดยหลัก ๆ กับของใหม่ที่ชัดเจนจริง ๆ ก็จะมีอยู่สามจุดด้วยกันคือ เรื่องของชุดภาคจ่ายไฟที่มีการออกแบบให้เป็น Digital Power + หรือกับการใช้ชุดควบคุมเป็นระบบ Digital ส่วนในจุดต่อมาก็จะเป็นเรื่องของระบบเน็ตเวิร์คที่มีการเลือกใช้งานชิปควบคุมจาก Intel และมาพร้อมกับระบบป้องกันไฟกระชาก ที่เรียกว่า Super LAN และที่เห็นจะโดดเด่นที่สุดก็เรื่องของความเร็วที่รองรับมากถึง 10Gbps เลยทีเดียว สุดท้ายกับเรื่องของ Lightning Charge ซึ่งทาง BIOSTAR ก็ได้มีการเพิ่มการรองรับระบบ Quick Charge 2 เข้าไปบนตัวเมนบอร์ด เพื่อช่วยให้การชาร์จอุปกรณ์พหพาทั้งหลายเป็นไปอย่างรวดเร็วมากยิ่งขึ้นนั่นเอง
ชุดภาคจ่ายไฟในแบบ Digital Power + ซึ่งก็เป็นการปรับเปลี่ยนมาใช้ชิปควบคุมหรือที่เรียกว่า PWM เป็นระบบ Digital จากทาง PowIRstage หรือ IR ในรหัสยอดนิยมอย่าง IR3555 ซึ่งนอกจากจะช่วยให้การควบคุมการจ่ายไฟเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นแล้วนั้น มันก็ยังจะช่วยในเรื่องของการลดอุณหภูมิการทำงานหรือมีอุณหภูมิการทำงานที่ต่ำอีกด้วย ส่วนตัวชิป MoSFET จะเป็นการใช้ชิปในแบบ Low RDS ที่เป็นที่นิยมใช้งานกันในปัจจุบันนี้จากผู้ผลิตเมนบอร์ดรายต่าง ๆ
นอกจากเรื่องของชุดภาคจ่ายไฟและลูกเล่นจากตัวแสงสีบนตัวเมนบอร์ดแล้วนั้น เมนบอร์ดรุ่นใหญ่ของทาง BIOSTAR ก็ยังจะมีการเพิ่มลูกเล่นในส่วนของการเพิ่มชุดระบายความร้อนให้กับ SSD ในแบบ M.2 อีกด้วย ซึ่งจากการออกแบบของทาง BIOSTAR ก็กล่าวอ้างว่ามันจะสามารถช่วยลดอุณหภูมิจากการใช้งานในแบบทั่วไปได้ราว 5% เมื่อเปรียบเทียบกับการใช้งานที่ไม่มีชุดฮีตซิงก์
สำหรับในประเด็นของ Super Sound นั้นก้เป็นการปรับเปลี่ยนมาใช้งานชิปเสียงตัวใหม่ในรหัส ALC1220 ตามยุคสมัย รวมทั้งยังมีฟีเจอร์ใหม่ ๆ ร่วมด้วย ต่อมากับในเรื่องของระบบการชาร์ชที่เรียกว่า Lightning Charge หรือระบบ Quick Charge นั้นทาง BIOSTAR ก็เคลมว่ามันจะสามารถรองรับการจ่ายกระแสได้มากถึง 2.4A เลยทีเดียว ส่วนการปรับปรุงเกี่ยวกับตัวซอฟต์แวร์หรือ Utility ของเมนบอร์ดมันก็จะมีเมนูจำลอง BIOS ให้ได้ใช้งาน โดยที่เราจะสามารถทำการปรับเปลี่ยนค่าต่าง ๆ ของ BIOS ผ่านซอฟต์แวร์ได้ทันที และนอกจากนี้ก็ยังจะมีชุดสวิทช์ควบคุมหรือปุ่มสำหรับเลือกโหมดการทำงานว่าจะใช้โหมด ECO หรือประหยัดพลังงาน หรือจะเป็นโหมด Sport ที่ต้องการประสิทธิภาพที่สูงขึ้น ก็เพียงแค่คลิ๊กเดียวเท่านั้นเอง สุดท้ายกับเรื่องของการรองรับ Intel Optane Technology ของเมนบอร์ดในตระกูล 200 Series ซึ่งก็ถือว่าเป็นฟีเจอร์มาตรฐานที่เมนบอร์ดทุกตัวหากมาพร้อมกับชิปเซตในรหัส Intel 200 Series ก็จะสามารถใช้งานร่วมกับ Intel Optane Memory ได้
BIOSTAR Intel 200 Series Specifications
ได้พูดถึงภาพรวมของเทคโนโลยีและลูกเล่นใหม่ ๆ ในความเป็น Racing Series ในยุคที่สองหรือ Gen 2 กันไปแล้ว ซึ่งคราวนี้เราก็ลองมาดูกันครับว่าในปีนี้ทาง BIOSTAR จะมีเมนบอร์ดของตระกูล Intel 200 Series โมเดลอะไรบ้างให้ได้เลือกใช้งาน รวมทั้งในแต่ละโมเดลจะมีลูกเล่น มีฟีเจอร์ที่แตกต่างกันในจุดใดบ้าง ก็สามารถไล่ชมจากภาพสไลด์ด้านล่างได้เลยครับ
เสร็จสิ้นจากฝั่ง Intel คราวนี้เรามาพูดถึงเมนบอร์ดของฝั่ง AMD กันบ้าง ซึ่งโดยภาพรวมสำหรับฟีเจอร์พื้นฐานต่าง ๆ ที่เราพบเห็นจากเมนบอร์ดในตระกูล 200 Series นั้น เราก็จะสามารถพบเห็นมันบนเมนบอร์ดสำหรับ AMD ด้วยเช่นกัน ซึ่งพูดง่าย ๆ ว่าเมนบอร์ดฝั่ง Intel มีอะไร ฝั่ง AMD ก็มีทั้งหมด

สำหรับสิ่งที่มีความแตกต่างไปจากเมนบอร์ดของฝั่ง Intel หากเราไม่นับรวมตัวซ็อคเก็ตที่หน้าตาแตกต่างกันแล้วนั้น มันก็จะมีอีกหนึ่งจุดที่ถือว่าเป็นประเด็นหลักในความแตกต่างกัน ซึ่งก็คือเรื่องของระบบเน็ตเวิร์คหรือระบบแลน(LAN) โดยทาง BIOSTAR จะมีการเลือกใช้ชิป LAN จากทาง Realtek แทนที่จะเป็นการใช้ชิปจากทาง Intel ส่วนชิปที่เลือกใช้นั้นก็จะเป็น Dragon LAN
สำหรับ Realtek DRagon LAN นั้นทาง Realtek ก็ออกแบบมาเพื่อมเอาใจคอเกมโดยเฉพาะรวมทั้งยังจะมีซอฟต์แวร์หรือ Utility เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพที่ชื่อว่า FLY.NET โดยที่เราจะสามารถทำการจัดการหรือควบคุมการใช้แบนด์วิดท์ของ Software หรือแอพพลิเคชันต่าง ๆ ในเวลานั้น ๆ ได้ว่าต้องการให้ความสำคัญของแบนด์วิดท์ไปกับอะไร ไปกับเกมที่เรากำลังเล่นอยู่ ส่วนประสิทธิภาพของ Dragon LAN นั้นเมื่อมองจากกราฟเปรียบเทียบซึ่งเป็นการทดสอบเปรียบเทียบกับทั้งชิปแลนที่เป็น Intel (สีน้ำเงิน) และ Killer (สีแดง) โดยความสามารถของ Dragon LAN ก็ทำได้ดีในระดับเดียวกัน
BIOSTAR AMD 300 Series Specifications
สำหรับเมนบอร์ดจากทางฝั่ง AMD นั้นในเบื้องต้นก็จะมีให้ได้เลือกใช้งานกัน 7 รุ่น และที่ดูจะเป็นที่น่าสนใจและน่าติดตามก็คือการที่ BIOSTAR จะมีเมนบอร์ดในขนาด Mini-ITX ออกมาให้ได้เลือกใช้งานกันด้วย และมีมาให้เลือกถึง 2 โมเดลสำหรับ X370GTN และ B350GTN ทั้งนี้ยังไม่มีหน้าตาของตัวเมนบอร์ดมาให้เห็นกัน แต่ทาง BIOSTAR ก็ยืนยันว่าจะมีออกมาให้ได้เลือกซื้อกันแน่นอน ส่วนภาพด้านล่างก็เป็นเมนบอร์ดตัวเป็น ๆ ในโมเดลท๊อปของตระกูลกับการใช้ชิปเซตในรหัส X370 ซึ่งในงานนี้ทาง BIOSTAR ก็นำมาให้ได้ชมกันอย่างใกล้ชิดด้วย ซึ่งก็ลองรับชมกันดูนะครับว่ามันจะมีความน่าสนใจขนาดไหน แต่ในเบื้องต้นจากที่ผมได้ส่อง ๆ ดูนั้นถือได้ว่าจัดเต็มมาเลยละครับ
BIOSTAR X370GT7 Motherboard
เสร็จสิ้นจากเรื่องราวเกี่ยวกับเมนบอร์ดที่ถือว่าเป็นประเด็นหลักของงานนี้กันไปแล้ว เราก็ว่ากันต่อกับในส่วนของผลิตภัณฑ์ในกลุ่มอื่น ๆ ที่ทาง BIOSTAR ได้มีการทำตลาด ซึ่งบางอย่างก็อาจจะไม่มีเข้ามาขายในบ้านเราแต่อย่างใดอย่างเช่นการ์ดจอเป็นต้น ส่วนผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ก็ได้เริ่มเข้ามาทำตลาดบ้างแล้ว อาทิ Mini-PC, SSD ซึ่งก็ลองมาติดตามชมกันดูครับว่า ในปีนี้ทาง BIOSTAR จะมีอะไรใหม่ ๆ เพิ่มเข้ามาบ้าง
BIOSTAR RACING P1

เริ่มกันที่ตัว Mini-PC ซึ่งทาง BIOSTAR ก็จะยังคงมีการทำตลาดอย่างต่อเนื่องสำหรับตัว Mini-PC ที่ชื่อว่า P1 และมันก็ถือเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์จากตระกูล Racing ซึ่งความโดดเด่นของ P1 นั้นก็ไม่เพียงแค่เรื่องของขนาดตัวที่เล็กหรือรูปลักษณ์การออกแบบที่สวยงามแปลกตา ด้วยการใช้ลวดลายคาร์บอนเป็นหลัก แต่มันจะยังมาพร้อมกับความฟรุ๊งฟริ๊งด้วยแสงสีในระดับ RGB เช่นเดียวกันกับเมนบอร์ดในตระกูล Racing นั่นเอง และบางทีเราอาจจะพูดได้ว่ามันคือ Mini-PC RGB ตัวเดียวในโลกก็ว่าได้ สำหรับพลังขับเคลื่อนของ BIOSTAR P1 จะมาพร้อมกับ Intel Atom x5-Z8350 ซึ่งเป็น CPU ในแบบ Quad-Core ส่วนแรมจะเป็น DDR3L-1600MHz ด้วยความจุ 4GB รองรับการทำงานร่วมกับ Windows 10 64bit
BIOSTAR GeForce Gaming
สำหรับการทำตลาดในส่วนของการ์ดจอนั้นทาง BIOSTAR จะมีการทำตลาดเฉพาะฝั่ง NVIDIA เพียงอย่างเดียว และในปัจจุบันนี้ทาง BIOSTAR ก็มีการ์ดจอรุ่นใหม่ ๆ ที่ใช้ GPU ในตระกูล Pascal ของทาง NVIDIA ครบถ้วนทุกโมเดลตามยุคสมัย เพียงแต่ไม่มีการนำเข้ามาทำตลาดในบ้านเราเท่านั้นเอง จึงทำให้หลาย ๆ ท่านอาจจะยังไม่ทราบว่า BIOSTAR ก็มีการ์ดจอเช่นกัน ส่วนเรื่องของการออกแบบตัวฮีตซิงก์ก็มีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ไม่เหมือนใคร อย่างเช่นบางรุ่นก็มีหน้าตาเป็นรูปปืนหรือมีลักษณะที่ให้อารมณ์ของความเป็นรถถัง เพื่อเอาใจแฟนเกม World of Tanks โดยเฉพาะ
BIOSTAR SSD
อีกหนึ่งกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ถือว่าเพิ่งจะเริ่มทำตลาดไม่นานนักสำหรับ SSD (Solid State Drive) โดยทาง BIOSTAR ก็จะมีการแบ่งผลิตภัณฑ์ออกเป็นสามระดับชั้นคือ Racing หรือในรหัส R500, Gaming หรือ G300 และ Standard หรือ S100 สำหรับ SSD ในแบบ SATA 2.5″ และในปีนี้ทาง BIOSTAR ก็จะมีการเพิ่มตัวเลือกเข้ามาอีกสองซีรีย์สำหรับ SSD ในแบบ M.2 ซึ่งจะมีทั้งเวอร์ชันที่เป็น PCIe หรือ NVMe และ SATA M.2 โดยในส่วนของเวอร์ชันที่เป็น SATA M.2 นั้นจะมีการใช้ชื่อซีรีย์ว่า M200 ส่วนที่เป็น NVMe จะเป็น M600 ทั้งนี้สำหรับรายละเอียดเกี่ยวกับสเป็คหรือความเร็วในการทำงานของ M600 Series ยังไม่มีการกล่าวถึงหรือเปิดเผยให้ทราบแต่อย่างใด ทั้งนี้สำหรับจุดเด่นของ SSD จากทาง BIOSTAR ก็คือเรื่องของราคาที่จะเน้นไปที่ความคุ้มค่าต่อราคาเป็นหลักนั่นเอง
สำหรับบรรยากาศในงานแถลงข่าวนั้นทาง BIOSTAR ก็ได้ขนผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ของตนเองมาโชว์ตัวให้ได้ชมกันพอสมควร นอกจากนี้หลังจากเสร็จสิ้นการนำเสนอเทคโนโลยีใหม่ ๆ เป็นที่เรียบร้อยแล้วทาง BIOSTAR ก็ยังได้มีกิจกรรมให้บรรดาสื่อมวลชนที่เข้าร่วมงานได้ร่วมสนุกกัน กับเกมในรูปแบบที่ให้เราจะต้องหนีออกจากห้องให้ได้ โดยจะต้องทำการไขปริศนาเพื่อหาคำตอบ เพื่อให้ได้มาซึ่งรหัสลับต่าง ๆ ซึ่งบรรยากาศก็เป็นไปอย่างสนุกสนานครึ๊นเครง ส่วนผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่มีการขนมาโชว์ภายในงานจะมีอะไรที่น่าสนใจบ้างนั้น ในจุดนนี้ก็สามารถรับชมได้จากแกลเลอร์รีด้านล่างได้เลยนะครับ




































![ประมวลภาพเมนบอร์ด AM4 สำหรับ AMD RYZEN [ASUS, ASRock, BIOSTAR, GIGABYTE, MSI] AMD AM4 Mainboard](https://www.zolkorn.com/wp-content/uploads/2017/02/2017-AMD-at-CES-Ryzen-08-840x473.jpg)


